Advanced search

Bangkok > ข้อมูลทั่วไปสำหรับวีซ่าระยะสั้น >

ข้อมูลทั่วไปสำหรับวีซ่าระยะสั้น

การเก็บรวบรวมข้อมูลไบโอเมตริกซ์ – ระบบสารสนเทศด้านวีซ่า (VIS)

 

ระบบสารสนเทศด้านวีซ่า (VIS) คือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทำให้กลุ่มประเทศเชงเก้น สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านวีซ่าระหว่างกัน โดยวัตถุประสงค์หลักของระบบ VIS คือเพื่อลดความซับซ้อนของขั้นตอนการออกวีซ่า อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบที่พรมแดนภายนอก และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ยื่นสมัครขอวีซ่า ระบบสารสนเทศด้านวีซ่าของกลุ่มประเทศเชงเก้นนั้นเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2554 และ ระบบ VIS ทำงานโดยการเชื่อมโยงข้อมูลสถานกงสุลของกลุ่มประเทศเชงเก้นและจุดข้ามพรมแดนภายนอกเข้ากับฐานข้อมูล VIS ส่วนกลาง การนำระบบ VIS มาใช้ทำให้มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการสมัครขอวีซ่า ดังนี้

 

  • ผู้ที่สมัครขอวีซ่าเป็นครั้งแรกต้องมาสมัครด้วยตนเองเพื่อทำการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ อันได้แก่ลายนิ้วมือทั้งสิบและรูปดิจิตอลหนึ่งรูป
  • ลายนิ้วมือที่สแกนในระบบ VIS นี้สามารถนำมาใช้ในการสมัครขอวีซ่าครั้งต่อไปภายในระยะเวลา 59 เดือน (ประมาณห้าปี)
  • เมื่อผู้เดินทางเข้าสู่เขตเชงเก้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสามารถตรวจสอบเอกลักษณ์ของผู้เดินทางผ่านระบบ VIS

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาดูที่เว็บไซต์ของ คณะกรรมาธิการยุโรป

 

ระยะเวลาพำนัก

 

วีซ่าระยะสั้นอนุญาติให้พำนักอยู่ในเขตพื้นที่เชงเก้นได้สูงสุด 90 วันในรอบ 180 วัน โดยนับจากวันแรกที่เดินทางเข้าสู่เขตพื้นที่เชงเก้น  วีซ่าระยะสั้นสามารถจำแนกเป็น

 

  • การเดินทางเข้าออกครั้งเดียว ผู้ที่มีวีซ่านี้สามารถเดินทางเข้าเขตพื้นที่เชงเก้นได้เพียงครั้งเดียวตลอดอายุของวีซ่า เมื่อท่านเดินทางออกจากเขตพื้นที่เชงเก้นแล้ว จะถือว่าอายุการใช้งานของวีซ่าสิ้นสุดลงทันที แม้ว่าวีซ่าจะยังไม่หมดอายุ
  • การเดินทางเข้าออก 2 ครั้ง ซึ่งมีเงื่อนไขการใช้งานเหมือนกับการเดินทางเข้า 1 ครั้ง เพียงแต่ผู้ที่มีวีซ่านี้สามารถเดินทางเข้าออกเขตพื้นที่เชงเก้นได้ 2 ครั้งตลอดอายุการใช้งานของวีซ่า
  • การเดินทางเข้าออกหลายครั้ง ผู้ที่มีวีซ่าประเภทนี้สามารถเดินทางเข้าออกเขตพื้นที่เชงเก้นได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการตลอดอายุการใช้งานของวีซ่า

 

ระยะเวลาผ่อนผัน

 

สถานเอกอัครราชทูตจะทำการเพิ่มระยะเวลาผ่อนผันจำนวน 15 วันนอกเหนือจากช่วงระยะเวลาที่วีซ่าที่มีผลบังคับใช้ กล่าวคือ ทุกครั้งที่  วีซ่าได้รับการอนุมัติ ระยะเวลาผ่อนผันจำนวน 15 วันจะถูกเพิ่มรวมเข้ากับระยะเวลาเดินทางที่ผู้ยื่นขอวีซ่าแจ้งความประสงค์ไว้ในแบบฟอร์ม หากการเดินทางนั้นมีระยะเวลาน้อยกว่า 90 วัน ดังนั้น ผู้เดินทางสามารถเดินทางเข้าหรือออกจากเขตพื้นที่กลุ่มประเทศเชง  เก้นภายในระยะเวลาที่วีซ่ามีผลบังคับใช้ หากแต่การพำนักอยู่ในเขตพื้นที่กลุ่มประเทศเชงเก้นจะต้องไม่เกินจำนวนวันที่ระบุไว้บนสติ๊กเกอร์วีซ่า

 

ตัวอย่างเช่น ผู้ยื่นขอวีซ่าระบุในแบบฟอร์มว่าต้องการเดินทางเข้าเขตพื้นที่กลุ่มประเทศเชงเก้นในวันที่ 1 มกราคม และ เดินทางออกจากเขตพื้นที่กลุ่มประเทศเชงเก้นในวันที่ 10 มกราคม รวมระยะเวลาพำนักทั้งหมด 10 วัน ฉะนั้นวีซ่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม จนถึง 25 มกราคม (1-10 มกราคม + 15 วัน) แต่ทั้งนี้ระยะเวลาที่ผู้ยื่นขอวีซ่าสามารถพำนักอยู่ในเขตพื้นที่เชงเก้นนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ 10 วัน

 

กระบวนการยื่นคำร้อง

 

การออกวีซ่านั้นถูกกำหนดโดยข้อบังคับ เลขที่ 810/2009 แห่งรัฐสภายุโรปและแห่งสภา ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 ซึ่งบัญญัติรหัสเกี่ยวกับวีซ่า อีกนัยหนึ่ง คือ ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจำต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าตนไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเดินทางไปยังประเทศลักเซมเบิร์ก (และประสมาชิกเชงเก้นอื่นๆ) เพื่อพำนักอาศัยอย่างถาวร และ/หรือ เพื่อทำงานอย่างผิดกฎหมาย ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าต้องแสดงให้เห็นว่าตนมีพันธะผูกพันทางสังคม ครอบครัว และ/หรือ เศรษฐกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นข้อบังคับว่าผู้ยื่นคำร้องจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยหลังจากบรรลุวัตถุประสงค์ในการเดินทางและอยู่ครบตามกำหนดแล้ว ผลการยื่นวีซ่า จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นคำร้อง ยกเว้นว่าเอกสารที่นำมายื่นไม่ครบถ้วนหรือต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ระยะเวลาการพิจารณาอาจล่าช้าออกไป ทั้งนี้ ในบางกรณี วีซ่าอาจได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ทางสถานทูตฯจะติดต่อผู้ยื่นคำร้องทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์เพื่อแจ้งผลการพิจารณา หรือ หากทางสถานทูตฯ ไม่สามารถติดต่อผู้ยื่นคำร้องได้ ผู้ยื่นคำร้องจำเป็นต้องติดต่อกลับมายังสถานทูตฯ เพื่อขอทราบผลพิจารณา

 

วีซ่าที่เป็นโมฆะ ถูกเพิกถอนหรือถูกปฏิเสธและขั้นตอนการอุทธรณ์

 

วีซ่าจะกลายเป็นโมฆะ หากเงื่อนไขในการออกวีซ่าไม่เป็นไปตามที่กำหนด ณ เวลาที่ได้รับการอนุมัติ

 

วีซ่าจะถูกเพิกถอน หากเงื่อนไขในการออกวีซ่าไม่ตรงตามข้อกำหนดอีกต่อไป

 

หากวีซ่ากลายเป็นโมฆะ ถูกเพิกถอนหรือถูกปฏิเสธ หน่วยงานที่พิจารณาคำตัดสินจะชี้แจงเหตุผลต่อผู้ยื่นคำร้อง ในรูปแบบของเอกสาร

 

ผู้ยื่นคำร้องที่วีซ่าถูกทำให้กลายเป็นโมฆะหรือถูกเพิกถอน มีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อสมาชิกประเทศผู้ที่ออกคำตัดสินนั้น โดยต้องสอดคล้องกับหลักกฎหมายแห่งสมาชิกประเทศ หลังจากดำเนินการเสร็จ หนังสือเดินทางจะถูกส่งคืนให้กับผู้ยื่นพร้อมเอกสารแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการอุทธรณ์ รวมถึง ระบุสถานที่และระยะเวลาที่สามารถยื่นอุทธรณ์ ทั้งนี้เอกสารประกอบคำร้องจะถูกเก็บไว้ที่แผนกกงสุล โปรดทราบว่าค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่สามารถขอเรียกคืนได้